[XxXHolic] Once Memories
posted on 23 Mar 2009 14:50 by hatagenami in Fiction
ทดสอบการโพสต์ ด้วยฟิคเก่า แหล่มเลย
* คุงแม่คะ นี่ นี่ *
* สวยจริงๆด้วยเนอะ *
* คุงดาวตก ฉวยๆ *
ลูกสาวตัวเล็กในอ้อมแขน ชี้ไม้ชี้มือ ไปรอบตัวส่งเสียงหัวเราะอย่างดีอกดีใจ
พลางกวาดมือน้อยๆไปในอากาศเพื่อหมายจะจับสิ่งที่ต้องการ
* จับไม่ได้หรอก ยูมิจัง * หญิงสาวผู้เป็นแม่หัวเราะอย่างอ่อนโยน
* คุงดาวตก ฉวยๆ *
* ยูมิขอบคุณพี่ชายรึยังจ๊ะ พี่ชายเป็นคนพาดาวตกมานะ *
ลูกสาวตัวเล็กๆในชุดยูคาตะโผกอดพี่ชาย
เสียงลมพัดผ่านกระดิ่งลม เสียงส่งเสียงสะท้อนไปทั่วสวนสาธารณะ
* ขอบคุงค่ะ พี่ชาย *
---------------------------------------------------------------
[XxXHolic] Once Memories
By Hatage Nami
---------------------------------------------------------------
" ทางซ้ายสิ "
" รู้แล้วล่ะน่า !! ก็แค่จะแวะดูทางขวาว่าถูกทางรึเปล่าเท่านั้นเอง "
" งั้นก็เดินสิ " สีหน้าเรียบเฉยปรากฏให้เห็นเป็นปกติ
เส้นความอดทนของคิมิฮิโระ วาตานุกิ ปูดแล้วปูดอีก ทุกครั้งที่เจ้าตัวคิดว่าถูกยั่วโมโห
ไอ้หมอนี่ มันน่านัก
ถ้าไม่ติดว่าคุณยูโกะสั่งให้เจ้านี่มาล่ะก็นะ เขาคงต้องไม่มานั่งหัวปวดแบบนี้หรอก
น่าหงุดหงิดชะมัด
" หืมม์ " ร่างสูงเลิกคิ้วเป็นเชิงถามมองหน้าเขาเป็นเชิงสงสัย
" อะไรของนาย ฉันไม่ได้พูดอะไรซักหน่อย "
" ช่างเถอะ " อีกฝ่ายกลับถอนหายใจเบาๆราวกลับว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ขนานหนัก
น่าหงุดหงิดจริงๆนั่นแหละ !
" ไม่ผิดแน่นะ " สีหน้าเรียบเฉยยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าทั้งๆที่เอ่ยคำถาม
" ก็ตรงนี้น่ะสิ รีบๆทำให้เสร็จเถอะ "
" เดี๋ยวก่อน ! " มือหยาบกร้านคว้าแขนของเขาไว้เบาๆเรียกให้หันกลับไปมองร่างสูง " แล้วพก ‘ไอ้นั่น' มารึเปล่า "
" ไอ้นั่นอะไรน่ะ ...อ้ออ ‘ไอ้นั่น'น่ะนะ ก็ต้องมีสิ คุณยูโกะเพิ่งให้มาเมื่อวานนี้เอง ตอนที่คนคนนั้นเขา... "
" เขา...... "
" ช่างมันเถอะน่า ที่สำคัญ จะเอายังไงกันดีล่ะ "
สายตาของทั้งคู่ทอดมองถนนแคบๆอย่างหนักใจ
...
...
เรื่องของเรื่องน่ะ มันเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน
" วาตานุกิจ๋า "
" ครับ มาแล้ว มาแล้ว " เด็กหนุ่มสวมแว่น ในชุดนักเรียนผูกผ้ากันเปื้อนสีขาวตัวเดิมโผล่เข้ามาพร้อมถาดขนาดพอมือ โดยมีมารุกับโมโระ ตามหลังมาติดๆ
" ว้าว มองบลังค์นี่คงทำมาอย่างดีเลยสินะ วาตานุกิเนี่ย เก่งที่สุดเลย " คุณยูโกะประกบมือปลื้มใจสุดๆ นัยน์ตาเป็นประกาย เมื่อเด็กหนุ่มค่อยๆวางจานมองบลังค์ลงตรงหน้า
" จะทานล่ะนะ " คุณยูโกะพูดพร้อมกับเจ้าโมโคน่าที่กำลังชูช้อนราวกับโมเสสถือไม้เท้ากำลังจะแหวกทะเล
" อร่อยมากๆเหมือนเคยเลยล่ะ พ่อเชฟมือหนึ่ง "
// เชฟมือหนึ่ง เชฟมือหนึ่ง // มารุโมโระประสานเสียงทันใด
" แหม ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ "
" ว่าแต่ วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรกันนะ ถึงได้ฝึกทำมองบลังค์แสนวิเศษนี้น่ะ " แม่มดสาวดักคอทำหน้าเจ้าเล่ห์ " คงไม่ได้คิดหรอกนะว่า ‘พรุ่งนี้ก็วันฮาโลวีนแล้ว อย่างน้อยก็เป็นเทศกาลนึง นี่ล่ะเป็นโอกาสที่จะทำขนมให้ฮิมาวาริจังทานหลังจากที่พลาดไปเมื่อวันวาเลนไทน์ที่แล้วนู้นน่ะ' หืมม์ "
" อะ...อะไรกันล่ะครับ ผมก็แค่... "
" ถูกใช่ไหมล่ะ "
หน้าแดงๆ ประกอบกับมือที่เกาท้ายทอยอยู่เป็นคำตอบได้อย่างดี
" อย่างนี้นี่เอง... " คุณยูโกะยืดตัวขึ้นช้าๆทำท่าเหมือนอะไรบางอย่างติดอยู่ในความคิด " แต่มันเหมือนขาดอะไรไปนะ "
" ยังขาดอะไรอีกไหมครับ " เด็กหนุ่มรีบถาม หวังจะเอาไปปรับปรุงทำให้ฮิมาวาริจังทาน
" มันก็ต้องขาดของปิดท้ายอย่าง " สายตาของแม่มดแห่งมิติตวัดกลับไปด้านข้างที่ที่มี....
" นี่ไง ~~~~ " เจ้าโมโคน่าดำกระโจนออกมาพร้อมขวดเหล้าสาเก
" ใช่เลยล่ะ " คุณยูโกะหัวเราะออกมา
" นี่กะจะก๊งกันตั้งแต่หัวค่ำเลยหรอ !! "
" วาตานูกิจ๋า " เสียงหวานๆแบบที่ทำให้รู้ชะตากรรมตนเอง
" ยังขาดกับแกล้มสินะครับ "
" ขอเป็นปลาแซลมอนรมควันนะ "
" ให้นั่งรมควันปลาตอนนี้เนี่ยนะ "
" ถูกต้อง "
//แซลมอน รมควัน//
ท้ายที่สุด มารุโมโระก็ตามออกมาช่วย (ยืนเป็นกำลังใจ) อยู่ข้างๆ ที่ลานหลังร้าน
โดยมีคุณยูโกะ และเจ้าโมโคน่านั่งก๊งเหล้ากันบนระเบียงทางเดิน
เสียงประตูหลังร้านที่ไม่น่าจะมีใครเข้ามาตอนหัวค่ำส่งเสียงดังขึ้น
หญิงสาวคนนึงกำลังก้าวผ่านประตูเก้ๆกังๆ
ราวกับว่า เธอหลงทางเข้ามา ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก แต่ก็ยังพยายามเดินเข้ามาข้างในให้ได้
ผมสีดำถูกปล่อยให้ยาวจนถึงครึ่งโค้ทตัวนอกอย่างเป็นระเบียบ
นัยน์ตาสีมรกตกำลังลุกลี้ลุกลนราวกับรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดฐานแอบเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
" ขอโทษนะคะ คือ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุกเข้ามา... คือ แต่...อยู่ดีๆ ขามันก็... ขอโทษค่ะ "พอเจ้าหล่อนเห็นพวกเราเท่านั้นก็รีบละล่ำละลัก ก้มๆเงยๆขอโทษเสียเป็นการใหญ่
แต่พอเงยหน้าขึ้นมองมาที่เด็กหนุ่ม นัยน์ตาสีมรกตนั้นก็เบิกกว้างราวกับสิ่งที่เธอเห็นตรงหน้า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าหล่อนทรุดฮวบลงกับพื้นก่อนจะพึมพำอะไรบางอย่างที่เขาเองก็จับใจความไม่ได้เช่นกัน
" เป็นอะไรรึเปล่าคะ " คุณยูโกะเดินไปยื่นมือช่วยพยุงหญิงสาวขึ้นมา " ในที่สุดก็มาถึงสินะคะ กำลังรออยู่พอดีทีเดียว "
" แต่...แต่...เด็กคนนั้น... ไม่สิ... พี่ชาย... " แม่มดสาวมองกลับไปที่เขา แล้วยิ้มให้จางๆ
" มาถึงที่นี่คุณคงมีความปรารถนาในใจสินะ "
" หา... ความปรารถนา "
" เพราะที่นี่คือร้านที่จะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริง "
แล้วคุณยูโกะก็พาผู้หญิงคนนั้นเข้าไปในร้าน
ถึงแม้เจ้าหล่อนจะเดินผ่านเขาไปแล้ว แต่ก็ยังมามองที่เขาอยู่ตลอดเวลา
สักพักใหญ่ๆคุณยูโกะก็เดินออกมาเพียงคนเดียว ตอนนั้นเองที่นึกสงสัยในใจไม่ได้
" ผู้หญิงคนนั้นเค้า โดนกินไปแล้วรึยังนั่น " เสียงกระซิบถามมารุโมโระในฐานที่อดใจไม่ไหว
//กินไปแล้ว//
สองคนกระโดดโลดเต้นตัดคำตอบออกมาจากคำถามอย่างสนุกสนาน
" นี่ ตรงนั้นน่ะ ฉันได้ยินหรอกนะ ลูกค้าออกไปทางประตูหน้าแล้วต่างหาก "
" หรือว่า จะถูกเขี้ยวพิษปลิดชีพไปแล้ว " วาตานุกิ กระซิบกับมารุและโมโระ สีหน้าเคร่งเครียด
//เขี้ยวพิษปลิดชีพ//
มารุโมโระทำมือเป็นงู ฉกใส่กันเป็นที่สนุกสนาน
" วาตานุกิ มาทางนี้หน่อย " คุณยูโกะกวักมือเรียก " รับไว้สิ "
ถุงเครื่องรางกลมป๋องถูกบางลงบนมือเด็กหนุ่ม
" นี่มัน "
" เครื่องรางน่ะ พกไว้สิ พรุ่งนี้เป็นวันที่จะต้องเจอพวกนั้นมากกว่าปกตินี่นา "
" แต่ผมไม่ต้องจ่ายอะไร... " วาตานุกิเงยหน้ามองหญิงสาว " ....ใช่ไหมครับ "
" แน่นอน วาตานุกิไม่ต้องจ่ายอะไรหรอก "
" คุณยูโกะคร้าบบ " วาตานุกิทำหน้าเหมือนโนบิตะร้องไห้กำลังซึ้งใจโดเรม่อน แต่ว่า......
" ยังไงก็เถอะ พรุ่งนี้ก็ฝากด้วยล่ะ "
" หา........ "
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ
แต่ทำไมถึงต้องให้เรียกเจ้านี่มาด้วยกันแน่นะ
เครื่องรางก็มีแล้ว จะให้พกเครื่องรางเดินได้มาทำไมกันอีก
แต่ปัญหาหนักกว่านั้นก็คือ...
จะให้เดินลอดระหว่างเสาไฟกับกำแพงตอนพลบค่ำเนี่ยนะ คิดอะไรกันอยู่น่ะ
" แล้วต้องเดินลอดผ่านเสาไฟนั่นจริงๆน่ะหรอ "
" ก็ต้องลอดผ่านอยู่แล้ว ว่าแต่ ‘ไอ้นั่น' ล่ะ อยู่แน่รึเปล่า "
" ก็อยู่นี่ไงล่ะ " เด็กหนุ่มหยิบขวดโหลใสแจ๋วใหญ่หนึ่งออกมา น้ำในนั้นส่องประกายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ราวกับน้ำกำลังส่องแสงได้
" ............... " โดเมกิมองโหลอย่างชั่งใจ " นายไม่ได้กลิ่นอะไรจากโหลใบนี้แน่นะ "
" ไม่มีกลิ่นแปลกๆเลย ไม่ใช่แค่ไม่มีกลิ่นแปลกๆหรอกนะ ยังจับสัมผัสอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ " วาตานุกิพูดจบก็เตรียมตัวพุ่งผ่านเสาไฟไป
" ไปก่อนล่ะนะ "
" ..................... " โดเมกิยืนมองได้สักครู่ ก่อนสีหน้าที่เคยเรียบเฉยนั้นจะแสดงอาการตกใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร " ระวัง !! "
เด็กหนุ่มเอี้ยวผ่านเสาไฟออกไป มีความรู้สึกเหมือนเจ้ายักษ์ที่มาด้วยกันเรียกเขา แต่พอหันกลับไป เบื้องหลังเสาไฟนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของผู้ที่ตามมาด้วยกันจนถึงเมื่อครู่นี้
" เฮ้... ออกมาสิ " เขาเริ่มตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาแม้แต่น้อย
" เจ้าบ้า อย่ามาเล่นซ่อนหากันแบบนี้นะ " วาตานุกิเดินอ้อมเสาไฟเพื่อตรวจดูถนนแคบๆที่เขาเดินผ่านมา ตลอดทางเหลือแต่ความว่างเปล่า
" เฮ้...โดเมกิ...นี่ไปอยู่ที่ไหนน่ะ " เสียงตะโกนถามเริ่มอ่อยลง คิ้วขมวดมุ่น
ภายในใจกำลังสับสน เขากำลังถูกแกล้งอยู่รึเปล่า
ถ้าไม่ใช่ กลิ่นมันก็ชักจะเริ่มทะแม่งๆแล้ว
เสียงกระดิ่งลมจากบ้านแถวๆนั้น ลอยตามลมเสียงก้องกังวานใส
ชวนให้คนฟังรับรู้ได้ในทันทีว่านี่คือฤดูร้อน
บรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
" คุณป้าครับ พอจะเห็นเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆ ผ่านมาทางนี้บ้างไหมครับ " เด็กหนุ่มพยายามทำมือประกอบ ให้คุณป้าสองคนที่เดินผ่านมารู้
" แหม น่ารักจังเลยนะ ว่าไหมคะคุณนากามูระ " คุณป้ารวบผมมวยหยุดมองมาทางเขา ก่อนจะหันไปขอความเห็นเพื่อน
" เอ๋ ~ ~ ~ ~ ~ "
" น่าเอาไปเลี้ยงจริงๆด้วยนะคะ " คุณป้าอีกคนสะพายตะกร้าจ่ายกับข้าวพูดสนับสนุน " แต่ที่อพาร์ทเมนต์ของฉันเค้าห้ามเลี้ยงอะไรแบบนี้ซะด้วยสิ "
" เดี๋ยวนะครับ คือผมว่า... ผมกำลังตามหาคน เอ่อ...เอ่อ... "
คุณป้าผมมวยย่างสามขุมเข้ามา ทำเอาคนอย่างเขาชักหวั่นๆ
เสียงกรีดร้องโหยหวนในจิตใจดังขึ้น
ใบหน้ายิ้มๆช่างดูน่ากลัวราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ
ยิ่งเรื่องที่คุยกันเรื่องจะเลี้ยงไม่เลี้ยง ราวกับเป็นเรื่องธรรมดานั่นอีก
ตอนที่ใจแทบกองลงไปอยู่ตาตุ่มแล้ว คุณป้ายื่นมือกำลังจะแตะตัวเขา
สวบ!!
" จ๊ากกกกกกกกกกกก !!!! "
มือหญิงวัยกลางคนล้วงเข้าไปในตัวเด็กหนุ่ม
แต่.....
ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมือนั้น
เหมือนกับว่าเป้าหมายของมือนั้นไม่ใช่เขาแม้แต่น้อย
" ดูทำหน้าเข้าสิ ท่าทางคงหิวแย่แล้ว ถ้าคุณนากามูระไม่รับไปเลี้ยง งั้นฉันจะเอากลับบ้านแล้วนะคะ "
" ไม่ใช่ว่าแวะมาดูเพราะยูตะคุงแอบไปงอแงที่บ้านหรอกหรอคะ "
" แหม พอมาเห็นเข้าจริงๆ ลูกหมาตัวนี้ก็น่ารักดีอยู่ค่ะ " คุณป้าผมมวยเอานิ้วเกาคอมลูกหมาด้านหลังเขา แทบไม่ทันสังเกตลังที่มันอยู่มาก่อนเลย
" งั้นรีบกลับกันดีกว่าไหมคะ ป่านนี้โรงเรียนคงใกล้เลิกแล้ว "
คุณป้าทั้งสองคนไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ แล้วก็ไม่ใช่วิญญาณอย่างที่คิด
แต่เขาเองต่างหากที่เป็นสิ่งแปลกปลอมในความคิดของโลกใบนี้
หลังจากข้ามเสาต้นนั้นมา ชักจะไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่แล้ว
เจ้าโดเมกิก็หายไปอีก แล้วไหนจะต้องส่งของอีก
อย่าให้เจอนะ เจ้าบ้านั่น
แต่จนแล้วจนรอดก็เดินวนอยู่แถวนั้นจนแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับดวงอาทิตย์
เหลือเพียงดวงจันทร์และแสงไฟจากเสาไฟคอยส่องสว่างให้เห็นหนทาง
ผู้คนเดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่มีแม้สักคนที่เห็นตัวเค้า
จะมีก็เพียงแค่แมวบางตัวที่เดินอ้อมตัวเขาอย่างจงใจ
หรือไม่ก็นกบางตัวที่พอเขาเดินไปใกล้ก็กลับบินหนี
บางที พวกที่มายุ่มย่ามกับเขาตลอด อาจจะเป็นแบบเขาในตอนนี้ก็ได้
อาจจะเป็นเพราะเพิ่งเจอคนที่มองเห็นตัวตนของพวกนั้นก็เป็นได้
" สวัสดีจ๊ะ "
เสียงนุ่มหวานเอ่ยทักขึ้นจากทางด้านหลัง เมื่อเขาหันไปก็พบหญิงสาวผมดำสนิทนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่แสนคุ้นเคยในชุดยูคาตะสีเข้มจ้องมองมา ส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่นมาให้ เด็กหนุ่มเลิ่กลั่ก มองไปทางด้านหลังอีกครั้ง ราวกับจะมองหาคนที่หญิงสาวทักทาย
" ทักเธอนั่นล่ะจ๊ะ " ราวกับอ่านใจได้ แต่วาตานุกิก็ยังไม่วายลองเช็คดูอีกรอบ
" ไม่ต้องโบกมือใส่หน้าฉันก็ได้จ๊ะ ฉันมองเห็นเธอ " หญิงสาวหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู " ตามมาสิ "
" คุงแม่คะ "
เสียงเล็กๆดังขึ้นข้างตัวหญิงสาว จนเขาไม่ทันสังเกต เด็กหญิงตัวเล็กๆผมดำขลับถูกรวบมัดทบไปด้านหลัง กิ๊ปตัวเล็กๆเหน็บไม่ให้ผมร่วงลงมาบังหน้า ค่อยๆหลบอยู่หลังผู้เป็นแม่เมื่อเจอคนแปลกหน้า ผู้เป็นแม่ได้แค่ยิ้ม แล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
" ตามมาเถอะจ๊ะ "
" ครับ "
ที่ยอมตามไปแต่โดยดีเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ
" ขอบใจมากๆเลยนะจ๊ะ " หญิงสาวเปรยขึ้นเมื่อมาหยุดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
" เอ่อ...อะไรนะครับ ผมยังไม่... "
" เรื่องของที่อยู่ในกระเป๋าน่ะ "
" อ๊ะ !! " วาตานุกิรีบหยิบขวดโหลออกมาทันที " รู้จักคุณยูโกะอย่างงั้นหรอครับ "
"ถ้าเป็นแม่มดแห่งมิติล่ะก็ ใช่แล้วล่ะ " หญิงสาวลูบหัวลูกสาวที่เกาะอยู่บนตักอย่างเอ็นดู
" นี่ครับ " เขายื่นโหลแก้วที่มีน้ำใสแจ๋วราวกับส่องแสงสว่างได้ให้หญิงสาว น้ำในโหลราวกับจะส่งประกายยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียอีก หญิงสาวเพียงแค่หัวเราะ " ช่วยเปิดโหลให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ "
เด็กหนุ่มทำตามอย่างว่าง่าย บิดฝาขวดโหลออก
แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
" เอ่อ...นี่ครับ ผมเปิดให้แล้ว "
" จ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็ฝากบอกทางนั้นด้วยแล้วนะกัน ว่าของที่ทางนี้ขอร้องไป ได้รับเรียบร้อยแล้ว "
" หา............. "
พูดเป็นเล่น
ยังไม่ทันได้ให้อะไรเลยนี่นะ
เด็กหนุ่มยิ่งทำหน้างุนงงเท่าไหร่ ยิ่งเรียกให้หญิงสาวที่นั่งพักอยู่ยิ้มน้อยๆได้มากขึ้น
โหลใสถูกยกขึ้นส่องกับพระจันทร์ หวังว่าจะเห็นอะไรที่หายไปบ้าง
น้ำก็ยังคงอยู่ในโหลปริมาณเท่าเดิม
เพียงแต่ว่า แสงระยิบระยับได้หายไปจากขวดโหลนั้น
" จะถึงเวลาแล้วล่ะ " หญิงสาวเหน็บผมทัดหู ค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยมีเด็กสาวตัวน้อยเกาะชายยูคาตะไม่ห่าง " เริ่มกันเถอะ "
พรึ่บ !!
แสงไฟรอบตัวดับลงพร้อมๆกันเหลือเพียงแสงจันทร์เพ็ญทอดสว่างบนพื้น
พื้นสวนสาธารณะที่ควรเป็นแสงจากดวงจันทร์เพียงอย่างเดียว
กลับทอดเงาบางอย่างทาบทับลงไปด้วย
" แมลงอะไรน่ะ !! " วาตานุกิถอยกรูด
เด็กสาวตัวน้อยๆเกาะชายยูคาตะของแม่ตัวเองแน่น นัยน์ตากำลังรอคอยบางอย่าง
หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นเผชิญกับดวงจันทร์มือเรียวค่อยๆเลื่อนปิดดวงจันทร์จากระยะสายตา
ราวกับดวงจันทร์ถูกบางอย่างบดบังและค่อยๆถูกเงามืดกลืนกินจนแสงสว่างหายไปในที่สุด
" แม่คะ " เสียงลูกสาวร้องเรียกแม่ดังลั่น
" แม่อยู่นี่จ๊ะ " หญิงสาวอุ้มลูกสาวคนเดียวขึ้นกอดปลอบ " ยูมิจังดูรอบๆตัวสิจ๊ะ "
เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ฟังดูช่างเยียบเย็น และเงียบเหงา
เสียงกระดิ่งลมดังก้องกังวาน สะท้อนเสียงกรุ๋งกริ๋งให้ได้ยินเป็นระยะ
ที่ซึ่งถูกความเงียบและความมืดมิดเข้าปกคลุมกลับมีแสงสว่างกระจัดกระจายอยู่ทั่ว
แสงนวลระยิบระยับปรากฏให้เห็น ลอยอยู่รอบๆสวนสาธารณะ
ราวกับดวงดาวซึ่งอยู่ในที่แสนไกล อยู่ใกล้เราเพียงแค่เอื้อม
หิ่งห้อยพวกนี้
เติมแต่งธรรมชาติให้มีชีวิต
" คุงแม่คะ นี่ นี่ "
" สวยจริงๆด้วยเนอะ "
" คุงดาวตก ฉวยๆ "
ลูกสาวตัวเล็กๆในอ้อมแขน ชี้ไม้ชี้มือ ไปรอบตัวส่งเสียงหัวเราะอย่างดีอกดีใจ
พลางกวาดมือน้อยๆไปในอากาศเพื่อหมายจะจับสิ่งที่ต้องการ
" จับไม่ได้หรอก ยูมิจัง " หญิงสาวผู้เป็นแม่หัวเราะอย่างอ่อนโยน
" คุงดาวตก ฉวยๆ "
" ยูมิขอบคุณพี่ชายรึยังจ๊ะ พี่ชายเป็นคนพาดาวตกมานะ "
ลูกสาวตัวเล็กๆในชุดยูคาตะโผกอดเด็กหนุ่ม
เสียงลมพัดผ่านกระดิ่งลม เสียงส่งเสียงสะท้อนไปทั่วสวนสาธารณะ
" ขอบคุงค่ะ พี่ชาย " เด็กหญิงผละออกจากวาตานุกิแล้วพยายามจับหิ่งห้อยให้ได้
" หรือว่า...... "
" จ๊ะ ฝากยูมิจังด้วยนะ วาตานุกิคุง " หญิงสาวเหน็บผมสีดำขลับทัดหูอีกครั้ง " ขากลับเดินทางกลับระวังตัวด้วย "
" ครับ " เด็กหนุ่มยิ้มตอบ
เปรี๊ยะ !!
" ระวัง !! " หญิงสาวตรงหน้าเอาตัวเข้าบังตัวเขาไว้ บางอย่างที่ปลิวมาตามลมพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเพียงแค่ใช้ข้อมือปัดมันออกไปเท่านั้น บางอย่างที่ว่าก็ค่อยๆสลายไป
" ใบไม้พวกนี้ !! " ใบหน้าของเด็กหนุ่มแสดงอาการตกใจอย่างปิดไม่ปิด เลือดค่อยๆซึมจากแผลที่โดนใบไม้พุ่งผ่าน
" ใช่ ใครบางคนคงส่งมา เครื่องรางที่เธอมีอยู่น่ะคงเอาไม่อยู่น่ะสิ "
" แต่ว่า... "
" ความจริงอยากคุยด้วยสักหน่อยนะ แต่ว่าคงไม่ได้แล้วล่ะ ฝากความคิดถึงถึงคุณแม่มดแห่งมิติด้วยนะ วาตานุกิคุง " ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือภาพของหญิงสาวยิ้มให้อย่างอ่อนโยน วงแหวนเวทย์ปรากฏบนพื้นเบื้องหน้า มือเรียวๆถูกยกขึ้นทาบบังใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนจะค่อยๆถูกถอนออก
" เป็นยังไงบ้าง " แสงสว่างจากเสาไฟตัดกับท้องฟ้าดำมืดมิดนั้น ทำให้ตาของเขาต้องรี่ลงเพื่อปรับแสงให้พอเหมาะ สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือใบหน้าของไอ้หมอนั่น
" มันจะเป็นยังไงได้ล่ะห๊ะ " ตื่นขึ้นมาปุ๊ปก็โวยวายทันที " แล้วใครใช้ให้นาย.... "
สายตาของเด็กหนุ่มพอเริ่มปรับให้ชัดเจนก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
เมื่อเห็นว่าร่างของเขาถูกประคองเอาไว้โดยอีกฝ่ายเท่านั้นล่ะ
" แว้กกกกกกกกกกก !! "
ว่าแล้วก็ตาลีตาลานรีบผลุนผลันออกจากแขนของอีกฝ่ายที่ประคองตัวของเขาไว้ทันที
" นายกล้าดียังไงถึงได้ ........... "
" ถ้าไม่รับเอาไว้ นายก็คงได้ล้มหัวฟาดพื้นไปแล้วนั่นล่ะ "
" ................ " เด็กหนุ่มยืนชี้หน้าอีกฝ่ายค้างอยู่อย่างนั้น มือสั่นเทาอย่างไม่อาจหาข้ออ้างใดว่าดุว่าอีกฝ่ายได้
" ตั้งแต่ตอนที่ห้ามไม่ให้เข้าไปแล้วนั่นล่ะ พอนายเดินเข้าไปถึงตรงนั้น อยู่ดีๆ ก็ล้มลงมา " โดเมกิมองไปทางเสาไฟ ใบหน้าที่เคยเฉยเมยกลับขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก
" แล้วไม่เจออะไรแปลกๆใช่ไหม "
" มะ...มันจะไปเจออะไรแปลกๆกันเล่า เออ จริงสิ เครื่องราง " วาตานุกิรีบหยิบถุงเครื่องรางออกมาดู ถุงที่เคยกลมดิกกลับแฟ่บลงถนัดใจ ว่าแล้วก็ลองเปิดถุงดู ก้นถุงเป็นเศษแก้วแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
อากาศเริ่มหนาวขึ้นทุกครั้งที่สายลมพัดรุนแรงขึ้น
ต้นไม้จากสวนสาธารณะถูกลมพัดส่งเสียงน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเมื่อตอนที่อยู่ในโลกเบื้องหลังเสาไฟนั่น
มีเพียงเสียงลมที่พัดเอาใบไม้แห้งเสียดสีกัน
แสงไฟด้านเหนือศีรษะทั้งสองคนเริ่มกระพริบ ติดๆดับๆ
เงาของทั้งคู่ยืดยาวราวกับปีศาจกำลังกำลังแสยะยิ้ม
แล้วกำลังยืดยาวขึ้นไปเรื่อยๆเหมือนพยายามจะปกคลุมแสงทุกอย่างที่ส่องกระทบตัวทั้งสอง
ทั้งๆที่หลอดไฟบนเสายังคงกระพริบปิดเปิดอยู่ที่เดิม
ทั้งๆที่ทั้งสองกำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง
แต่เงานั้นกลับยืดตัวเหมือนเพิ่งตื่นจากนิทราอันยาวนาน
เสียงลมเสียดสี ลอดผ่านส่งเสียงราวกับสัตว์ร้าย
ทันใดนั้น เงาที่ดูเหมือนทอดยาวบดบังทุกสิ่งบนพื้นไปกว่าครึ่งเริ่มแสยะยิ้ม
" ขะ...ขยับไม่ได้ " เด็กหนุ่มพยายามดึงขาออกจากเงาบนพื้น
" เนี่ยใช่รึเปล่าที่เค้าบอกว่า ‘ เงาตามตัว ' น่ะ "
" นี่แกยังมีเวลามาคิดหาสำนวนอีกหรอฟร่ะ !! " วาตานุกิโวยวายใส่ไอ้คนทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ข้างตัว " ว้ากกกกกก !! "
เงารูปมือเริ่มดึงขาเด็กหนุ่มร่างเล็กลงไป
โดเมกิที่ยืนอยู่ข้างๆรีบฉุดแขนเด็กหนุ่มเอาไว้ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว
" ............... " ใบหน้าเรียบเฉยบัดนี้กลับขมวดมุ่นด้วยความสงสัย
อยากรู้จริงๆว่าคนตรงหน้าจะทำให้เขาหัวใจวายตายสักกี่ครั้งต่อวัน
" โดเมกิ ระวัง !! "
เงาทั้งสองเริ่มห่อตัว ราวกับจะบอกว่า เมื่อดึงลงไปไม่ได้ล่ะก็ ฉันก็จะกดพวกแกลงไปเอง
" รับนี่ " เด็กหนุ่มโยนถุงเครื่องรางขึ้นให้อีกฝ่ายรับ เครื่องรางถูกขว้างขึ้นไปเหนือหัวตรงที่เงากำลังค้อมตัวลงมา แสงสว่างสาดส่องจากเครื่องรางทำให้เงาร่างมหึมาเริ่มเสียรูปร่าง
" สำเร็จ !! "
" ยังหรอก " ร่างสูงโอบปีกแขนดึงร่างเล็กๆขึ้นมา
แรงดึงของอีกด้านที่ดำมืดหายไปจนหมดทำให้เขาดึงร่างของอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างง่ายดาย
แต่ทว่า
เงากำลังค่อยๆบดบังแสงสว่างนั้นอีกครั้ง
เบื้องล่างคือคนที่เลือกแล้วว่าจะไม่ยอมสูญเสียไป
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาก็ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้
" ไป !! "
สิ้นเสียงประกาศก้องจิ้งจอกกระบอกกลายร่าง กระโจนพุ่งเข้ามาบังร่างของทั้งสองไว้ด้วยลำตัวและหางทั้งเก้า ฉับพลันผีเสื้อเรืองแสงจำนวนมากบินกรูเข้ามาเกาะรอบเงาดำมืดที่เริ่มคลายตัวออกเพราะเจอแหล่งกำเนิดแสงใหม่
ทันทีที่เงานั้นเริ่มเคลื่อนที่เป๋ไปมา
แววตาของผู้มาเยือนสงบนิ่งราวกับผืนน้ำลึก ราวโรจน์ราวกับเปลวเพลิง
เงาร่างยักษ์เริ่มอาละวาด กลายเป็นเงาเรืองแสง
ผีเสื้อทั้งหมดลุกไหม้เพียงชั่วขณะแล้วหายไป ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
จิ้งจอกกระบอกพุ่งกระโจนขึ้นไปงับส่วนของเงาที่กำลังจะบินหนี
ก่อนจะกระชากลงมากองที่พื้นเบื้องหน้าแม่มดสาว ที่ยืนสงบนิ่ง แววตาไม่บ่งบอกสิ่งใด
คุณยูโกะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา พร้อมกับเอาวางไว้บนเงาช้าๆ
ผ้าเช็ดหน้าที่วางกองเริ่มขยุกขยิกก่อนจะขึ้นรูปกลายเป็นนกเหยี่ยว
" กลับไปซะ ไปหานายของเจ้า " คุณยูโกะรั้งขาของเหยี่ยวไว้ " แล้วบอกคนผู้นั้นด้วยว่า อีกไม่นานนักหรอก แล้วเราจะได้เจอกัน "
ทันทีที่ขาของเหยี่ยวผ้าเช็ดหน้าถูกปล่อยออก
มันรีบถลาหายลับขึ้นไปบนท้องฟ้าอันมืดมิดเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงจุดสีขาวเล็กๆบนท้องฟ้า ก่อนจะหายลับตาไป
" คุณยูโกะครับ "
" ว่าไง วาตานุกิ " แม่มดแห่งมิติหันกลับมายิ้มแบบเดิมให้กับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่สองคน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์ " ว่าแต่จะอยู่ท่านั้นกันอีกนานไหมน่ะ หืมม์ "
" ว้ากกกกกกกก !! " วาตานุกิรีบผละออกจากภายใต้ร่างสูงใหญ่แทบจะทันที
" ............................ " ร่างสูงถอนหายใจช้าๆแล้วส่ายหัว
" แหม ยังสนิทกันดีเหมือนเดิมนี่นา "
" ใครจะไปสนิทกับคนอย่างหมอนี่กันล่ะ " เด็กหนุ่มโวยวายเสียงดัง จนคนข้างตัวต้องอุดหู
" จริงสิ คุณผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนที่รับของเอ่อ.. ในโหล เขาฝากความคิดถึงคุณยูโกะด้วยนะครับ "
" อย่างนั้นหรอ คิดถึงจังเลยนะ "
" .................... " โดเมกิปรายตามองช้าๆสีหน้าเรียบเฉย
ไหนบอกว่าไม่ได้เจออะไรแปลกๆมาไงล่ะ
" แล้วทางตรงเสาไฟนั่นมันยังไงกันแน่ครับ " เด็กหนุ่มเริ่มตั้งคำถามเรื่องประหลาดที่เจอมาทั้งวันนี่
" ช่วงเวลาที่ให้วาตานุกิเดินผ่านระหว่างเสาไฟกับกำแพงน่ะ เป็นช่วงพลบค่ำ ปกติเขาจะเรียกช่วงเวลานั้นว่าเวลาพลบผียังไงล่ะ ว่ากันว่าถ้าเดินผ่านระหว่าเสากับกำแพงจะทำให้ไปโผล่ในที่แปลกๆ " แม่มดสาวเว้นช่วงก่อนจะพูดต่อ " ยกตัวอย่างเช่น ห้วงมิติต่างๆ หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาในอดีต "
" ที่ผมผ่านเข้าไปคือช่วงเวลาในอดีตน่ะสิ !! "
" ใช่แล้ว เมื่อ 20 กว่าปีก่อน "
" เด็กคนที่ผมพบ คือลูกค้าที่มาเมื่อวานรึเปล่าครับ " เด็กหนุ่มเริ่มเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ " แล้วที่เขาเห็นหน้าผมเมื่อวานแล้วจำผมได้ก็แสดงว่า ...... ผมได้ไปส่งของให้คนในอดีตมาจริงๆ "
พอมาถึงตรงนี้เสียงหัวเราะจากคุณยูโกะก็ดังขึ้น
" แล้วยังคิดว่าฝันไปอยู่อีกหรอ หืมม์ "
" ขนาดนี้ก็คงไม่แล้วหรอกครับ " วาตานุกิแทบจะหัวเราะตามไม่ออก " แต่ว่า เครื่องรางของคุณยูโกะ มันก็กลายเป็นแบบนั้นไปซะแล้ว ขอโทษนะครับ "
" อ๋ออ นั่นน่ะหรอ "
" นี่ใช้ได้ไหมครับ " โดเมกิยื่นเหรียญบางอย่างให้คุณยูโกะ " เคยเป็นของที่คุณปู่ใช้ปัดรังควาณ "
" ใช้ได้ทีเดียวเลยล่ะ "
" นั่นมันอะไรกันน่ะ " ตาขวาเด็กหนุ่มเริ่มกระตุกตงิดๆ
" ก็ของแลกเปลี่ยนกับเครื่องรางที่เพิ่งทำพังยังไงล่ะ "
" เดี๋ยวๆครับ เมื่อวานนี้บอกว่าให้ฟรีไม่ใช่หรอ " คิ้วทั้งคู่ขมวดมุ่นรีบกระซิบถามคุณยูโกะเป็นการใหญ่
" ที่บอกน่ะแค่ว่า ‘วาตานุกิไม่ต้องจ่ายอะไรหรอก ' เพราะโดเมกิคุงน่ะ จ่ายให้แทนยังไงล่ะ "
" โกห๊กน่า !! "
" เพราะอย่างนั้น ขอบคุณเขาสักคำเป็นยังไง เมื่อครู่นี้เขาก็คอยอยู่เป็นเพื่อนตลอดเลยไม่ใช่หรอ วาตานุกิถึงได้มองไม่เห็นพวกอย่างว่าน่ะ " แม่มดสาวยิ้มพราย " แถมเมื่อกี้ถ้าโดเมกิคุงไม่ช่วยนะ ป่านนี้ถูกฉุดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว " ( [Nami - เดี๋ยวค่ะ เงานะคะที่ฉุดอย่าเพิ่งคิดไปไหน >< ] <<< คนเขียนมันเริ่มคิดเอง )
เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนสงสัยว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ตั้งแต่เมื่อสักครู่
แล้วหันกลับมาหาคุณยูโกะ
" เรื่องนั้นน่ะ...มัน...เป็นไปไม่ได้หรอกครับ " วาตานุกิเสริมอย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้คุณยูโกะหัวเราะหนักกว่าเก่า
" งั้นฉันกลับล่ะ " โดเมกิที่เห็นว่าไม่น่ามีเหตุการณ์อันตรายแล้วหลังจากที่เด็กหนุ่มอยู่กับคนที่คิดว่าเป็นหลักประกันความปลอดภัยได้
" เค้าจะกลับแล้วนะ " แม่มดสาวสำทับยั่วเข้าไปอีก
จะเอายังไงดี เอายังไงดี
จะขอบคุณไปดีไหมนะ แต่ไอ้ท่าทีชวนโมโหนั่น
แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยตอนส่งของไม่ใช่หรือไง
แต่ว่าก็ยังอุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนเขาจนดึกดื่นป่านนี้
" ข้าวกล่องน่ะ พรุ่งนี้อยากกินอะไรล่ะ แล้วจะทำข้าวกล่องมาเผื่อ "
คนพูดแทบจะอายจนแทรกแผ่นดินหนีแล้ว แต่คนฟังกลับยิ้มน้อยๆชั่วครู่นึงแล้วตอบกลับทันที
" ข้าวกล่องเกาลัด อย่างอื่นไม่เอาด้วย "
" นี่มันจะมากไปแล้วนะ "
แล้วก็รู้สึกจะมีเพื่อนชายที่ชอบหาเรื่องทะเลาะกันอยู่
" ฤดูใบไม้ร่วงก็ต้องเกาลัดสิ "
" เฮ้ มันหายากนะ "
ดูเหมือนว่าจากนี้จะมีเรื่องให้เกี่ยวข้องกันอีกเยอะเลยล่ะ...
- The End -
ตอนแถมค่ะ
วันนี้ก็แปลกๆพอบอกว่ามีผู้หญิงคนนึงมาส่งยาที่หน้าร้านเท่านั้น
คุณยูโกะที่นอนซมเพราะเมาค้างก็รีบกระเด้งจากเก้าอี้หวายตัวโปรดทันที
ก่อนจะค่อยๆสาวเท้าไปยังหน้าประตูร้านด้วยมาดนางพญาเหมือนเคย
" ไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลยนี่นา " คุณยูโกะ เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนทันที " ส่งพ่อหนุ่มสองคนนั้นมาแทนก็ได้นี่ แค่ยาขวดเดียวเอง "
" ก็กะจะมาติดตามผลด้วยนี่นะ พูดถึงก็คิดถึงรุ่นพี่อยู่เหมือนกัน "
ผู้มาเยือนผมสีทอง ใบหน้าได้รูป นัยน์ตาเบื้องหลังแว่นมีรอยยิ้มอยู่เสมอ แต่เขาชักสังหรณ์ใจพิกล
มันจะไม่ใช่แค่รอยยิ้มปกติน่ะสิ
ก็ในเมื่อความรู้สึกเขามันบอกว่า คนที่กำลังยืนคุยกันอยู่น่ะ
เป็นคนประเภทเดียวกันเสียด้วย
" รุ่นพี่หลังจากที่จากไปแล้ว เป็นยังไงบ้างน่ะ "
" ก็เห็นว่าดูแข็งแรงแล้วก็มีลูกสาวน่ารักน่าหยิกอีกคนนึง " แม่มดสาวหัวเราะเบาๆ " ฝีมือไม่เคยตกลงไปเลยด้วยสิ "
" เห็นว่า... แสดงว่าไม่ได้ไปส่งด้วยตัวเองหรือเปล่า "
" ก็ให้เค้าคนนั้นไปส่งให้ยังไงล่ะ " ทั้งคู่หันมามองที่เขาเป็นตาเดียวแล้วยิ้มน้อยๆ ทำท่ามีลับลมคมในอะไรกันอีกแล้ว
" ถ้าอย่างนั้น แล้วแจกันที่ส่งมาให้ก่อนหน้านี้ ใช้การได้หรือเปล่า "
" เยี่ยมยอดมากเลยล่ะ "
หรือว่า ไอ้แจกันซุนเซนอะไรนั่นมาจากคนคนนี้เหมือนกัน
" คุณคะเคย์ฮะ " เด็กหนุ่มหน้าหวานรูปร่างบอบบางไม่สมกับเป็นผู้ชายเดินเข้ามาหาผู้มาเยือน " ของชิ้นนี้ให้ยกไปไว้ไหนกันฮะ "
ชายร่างใหญ่อีกคนเดินยกกล่องใส่ของใบนึงเดินมาข้างๆ
" วางไว้ตรงนี้แหละจ๊ะ "
สิ้นคำสั่งชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันทำหน้าสงสัยบางอย่างสักครู่ก่อนจะทำตามอย่าว่าง่าย
" ของส่งเรียบร้อยแล้วนะครับ " หนุ่มหน้าหวานส่งยิ้มให้ก่อนจะไปช่วยอีกคนยกของที่เหลือ
" งั้นขอตัวก่อนแล้วกันนะ "
พอพูดจบทั้งหมดก็จากไปเงียบๆ
" คุณคะเคย์ฮะ " หนุ่มหน้าหวานเปรยขึ้น " ทำไมให้ยกของไปไว้ในที่ที่ไม่มีอะไรเลยอย่างนั้นล่ะฮะ คุณผู้หญิงกับเด็กคนนั้นจะยกไหวหรอ "
" ต้องไหวสิ ก็ยกไปแค่นิดเดียวเองนี่นา " เจ้าของร้านขายยาหัวเราะ
" เอ๋... นิดเดียวหรอครับ "
" ใช่จ๊ะ อยากลองเข้าไปดูไหมล่ะ คราวหน้าฉันจะพาไป " คุณคะเคย์จับมือเด็กหนุ่มไว้
" ฮะ !! "
" อะไรกัน ริคุโอ อย่ามองหน้าฉันเหมือนมาม่าซังใจร้ายขนาดนั้นสิจ๊ะ "
" ก็เป็นอยู่ไม่ใช่หรือไง " หนุ่มร่างใหญ่ถอนหายใจเฮือก " เมื่อไหร่นายจะเข็ดซักทีนะ กับเรื่องแปลกๆแบบนี้น่ะ "
" แปลกๆหรอ "
" เออๆ ช่างมันเหอะ "
"ฉันก็ว่าไม่มีอะไรแปลกนี่นา"
" แหมๆ ไว้ไป (คุย) ต่อกันที่ร้านแล้วกันนะ อยู่ตรงนี้ (คุยกันสองคน) คงไม่ถนัดสินะ "
" เอ๋.... "
" เฮ้อออ -*- "
" คุณยูโกะ นี่มัน... " วาตานุกิมองกล่องใบเขื่องในมือ
" สมบัติยังไงล่ะ " คุณยูโกะหัวเราะหึหึ ก่อนจะเดินนำไปทางคลังสมบัติ
" อย่าบอกนะครับ ว่าโถซุยเซนนั่นก็... "
" ปิ๊งป่องๆ " แม่มดสาวเฉลยพร้อมโมโคน่าตัวน้อยชูป้าย O
" ว่าแต่คุณผู้หญิงคนนั้นเค้าสวยจังเลยนะครับ " ต่างจากทางนี้ลิบลับเลย
" ผู้หญิงคนนั้น คะเคย์ซังน่ะเป็นผู้ชาย "
สมองขาวโพลน ถ้ามีเรื่องแปลกกว่านี้ก็คงจะถือว่าเป็นปกติสำหรับที่นี่สินะ
.............
.......
...
" ว่าแต่ มองบลังค์ น่ะ ได้ให้ฮิมาวาริจังทานรึเปล่า หืมม์ "
" ให้ทานสิครับ " วาตานุกิยิ้มเขินๆ " ผมน่ะต้องเตรียมไปเผื่อถึง 2 อันเชียวนะครับ "
" 2 อันงั้นหรอ "
" ต้องกันเจ้ายักษ์นั่นขโมยกินด้วยน่ะสิครับ "
พูดถึงตรงนี้คุณยูโกะก็หัวเราะพรืด
น่าขำตรงไหนกันนะ
เขาก็แค่กันข้อผิดพลาดเหมือนวันวาเลนไทน์นั่นยังไงเล่า
" สุดท้ายคนที่ได้ชิมขนมฝีมือวาตานุกิทั้งสองเทศกาลกลับเป็นโดเมกิคุงซะนี่ "
" ห๊าาาาาาา "
" ดีจริงๆเลยเนอะ "
" มันจะดีตรงไหนกันล่ะคร้าบบ " วาตานุกิกุมหัวร้องไห้ฮือๆ
คอยดูเหอะนะ ฮาโลวีนหน้า ต้องไม่พลาดติดหนี้อะไรกับไอ้หมอนี่อีก
คอยดูเหอะ !!
-The End-