[M&R Fic] Dark Joker, Wandering beneath the moonlight II.

posted on 14 Oct 2008 00:04 by hatagenami in Fiction
[M&R Fic]
Dark Joker, Wandering beneath the moonlight.
By Namin


--------------------------------------------------------------------------------------------------




จันทราลอยเด่นท่ามกลางเมฆาและความเงียบงัน
แสงนวลสลัวสาดส่องทั่วบริเวณกระทบต้นไม้เป็นเงาทะมึน
มีเพียงสายลมที่ส่งเสียงกรีดร้องหวีดหวิวยามต้องใบไม้
ลัดเลาะผ่านคูน้ำกลายเป็นเสียงคำรามต่ำ

หากแต่ยามที่พัดผ่านเนินทางลาดนั้น กลับไร้ สุ้มเสียงใดๆ
ราวกับเป็นเพียงลมหายใจของทางลาด และไอเย็นเยียบเกาะจับทุกอณูอากาศ
หอบนำพาเอาความพรั่นพรึงลอยคละคลุ้งในบรรยากาศ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดสถานที่แห่งนี้ถึงได้กลายเป็นเรื่องเล่าขานที่สะพรึงกลัวแบบนั้น

จันทร์เพ็ญส่องสว่างเหนือฟากฟ้าได้ไม่นาน  เมฆาที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ก็ค่อยๆขยับเข้ากลบแสงนวลเสียสิ้น
เงาใบไม้ข้างทางที่เคยยื่นตะเกียกตะกายเข้ามาบนทางลงเนินราวกับมือที่มองไม่เห็นนับพันกำลังเพรียกหาผู้ที่เดินผ่านนั้น... ถูกเมฆาบดบังไปพร้อมกับแสงเดือนเสียสิ้น

เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวที่ความมืดครอบครองทุกสิ่ง

เขาและผู้จ้างวานสาวแทบกลั้นหายใจ
เสียงหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะจนกลายเป็นระรัวราวกับกลองศึก
ยามที่ได้ยินเสียงกระดิ่งลมดังแว่วมาตามสายลม พร้อมเสียงฝีเท้าที่ไร้ร่าง
รองเท้าไม้กระทบพื้นคอนกรีต ที่เหนือเนินขึ้นไป

พลันสายลมหนาวพัดพาเมฆหมอกให้พ้นจากจันทร์เพ็ญราวกับมิต้องการให้ผู้ใดบดบังความงดงามนั้น
จันทร์สีนวลฉายแสงกระทบลงบนร่างเจ้าของเสียงรองเท้า เงาสูงชะลูดยาวสาดส่องลงพื้นเนิน

เร็วเท่าความคิด
ชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีปีกกาสวมหน้ากากจิ้งจอกปิดบังใบหน้าครึ่งบน ก้าวออกมาสู่เนินสูงเบื้องบนหน้าเขา
ร่างนั้นค่อยๆสืบเท้าฮัมเพลงเดินภายใต้แสงจันทร์ราวกับจะละเลียดความรื่นรมย์จากการเดินชมจันทร์เพ็ญ
ชายยูคาตะและเสื้อคลุมรุยรายสะบัดตามแรงก้าวเดิน 

ทีละก้าว... ทีละก้าว...
พร้อมเสียงเพลงกล่อมเด็ก
 
...ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่…  ไม่ดี ไม่ดี  ทำแบบนั้นไม่ได้…”
 
ยามสาวเท้าด้วยจังหวะฮัมเพลงท่ามกลางสรรพสิ่งที่ส่งเสียงร้องอย่างเงียบงัน ร่มที่กางกั้นมิให้แสงจันทร์ทาบทับตนก็สั่นคล่อกแคล่กดั่งเครื่องให้จังหวะชั้นดี

“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอย... ข้าจะนำกิ่งหลิวมาดีดีหรือไม่…  ไม่ดี ไม่ดี  ทำแบบนั้นไม่ได้…”
 
รอยยิ้มฉีกกว้างราวกับไร้เรื่องทุกข์ใดๆ
โลหิตค่อยๆไหลอาบใบหน้าท่อนล่าง เลือดสีชาดรินรด หยดไปตามทาง
มันค่อยๆก้าวเท้าอย่างมั่นคง เพียงแต่คลอนตัวไปตามจังหวะเพลงกล่อมเด็ก...
 
“เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอย.......

กรี๊ดดดดดดดดด !!”
เหวออ~~~~~ !!”
 
ใบหน้าสีชาดนั้นเบือนกลับมามอง ทั้งๆที่โลหิตหลั่งรินไม่ขาดสาย
รอยยิ้มฉีกกว้างราวกับกำลังเต็มตื้นปิติ ริมฝีปากเหยียดยิ้มแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
แขนขาวซีดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉานยื่นมาไขว่คว้าเพื่อสัมผัสกาย
ร่มสีแดงสดกางกลิ้งหลุนๆลงพื้น มือข้างที่ถือร่มเปลี่ยนกลับมาคว้าแขนของเขาด้วยแรงมหาศาล
 
“…เจ้านกคานาเรียลืมเพลงแล้ว…หากเรานำมันขึ้นเรือสีงาช้าง…วาดใบพายสีเงิน นั่งชมแสงจันทร์…เจ้านกคานาเรียจะร้องเพลงได้อีกครา... …เจ้านกคานาเรียลืมเพลงแล้ว…หากเรานำมันขึ้นเรือสีงาช้าง…วาดใบพายสีเงิน นั่งชมแสงจันทร์…เจ้านกคานาเรียจะร้องเพลงได้อีก................
 
เสียงร้องเพลงกล่อมเด็กยืดยาวราวกับไม่มีวันสิ้นสุด
เสียงเพลงท่อนสุดท้ายถูกร้องต่อไปเรื่อยดั่งตุ๊กตากลชำรุดร้องเรียกหาเจ้าของ
โลหิตอาบใบหน้าเปรอะเปื้อนแขนเสื้อของเขาที่บัดนี้ใช้แทนสิ่งป้องกันตัว
 
ฮี่ ฮี่... แกเองสินะ เจ้าตัวตลกเงาที่ออกมาคอยระรานคนอื่นแบบนี้ 
 
ผู้บังคับใช้มุเฮียวกางหนังสือกฎหมายเวทมนต์ขึ้น
เสียงฮัมเพลงหยุดลงช้าๆก่อนสายตาเลื่อนลอยจะจับจ้องร่างเล็กที่ยืนไม่รู้ร้อนแต่อย่างใด
 
ท่านผู้มาจากทางนั้นเอย...
โลหิตนี้มิได้มาจากความโศกเศร้า หากแต่เป็นความปิติยินดี...
ที่ข้าจักได้ชมจันทรานี้กับพวกท่าน!!
 
แววตาที่ล่องลอยแปรเปลี่ยนเป็นสายตาอาฆาตมาดร้าย พร้อมที่จะทำร้ายทุกสิ่งตรงหน้า
สติของมันจมดิ่งสู่ความว่างเปล่าจากการถูกจองจำบนโลกมนุษย์นานนับร้อยปี
ไม่หลงเหลือความทรงจำใดให้ใส่ใจ
ไม่แม้แต่เศษเสี้ยวของสำนึกที่ดีงามที่ฉุดรั้งจิตใจที่เคยเป็นมนุษย์

กฎหมายเวทมนต์มาตรา 882 ว่าด้วยเรื่องการพำนักอยู่บนโลกมนุษย์เป็นเวลานาน และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
 
หยุดก่อนค่ะ คุณมุเฮียว ! ฉันอยากจะ....
 
นัยน์ตาว่างเปล่าไร้สติหันความสนใจมายังผู้ที่ส่อเค้าอันตรายต่อตัวมันเองมากที่สุด
ร่มสีเลือดพุ่งตรงมายังหนังสือที่กำลังเปล่งแสงเตรียมลงทัณฑ์วิญญาณร้าย
วินาทีที่เขาแทบหยุดหายใจ 
 
ต้องถูกลงโทษด้วย.............
มุเฮียว !
 
 
พลั่ก...
 
ร่างของเขาถูกร่มคันเขื่องกระแทกอัดกำแพงเข้าตรงสีข้างด้านซ้ายแทน
ความปวดแปลบแล่นไปทั่วร่าง ร่มคันที่ว่าถึงแม้จะหนักเพียงใด
แต่ความรู้สึกนี้มัน....ราวกับถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ...
 
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว สายตาของเขาพร่ามัว
นี่เขาเป็นอะไรไป... รู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง...       
แล้วที่มือ... ทำไม เลือด... ถึงได้...
แล้วเธอคนนั้น... ต้องรีบไปหา........
 
เฮ้ย !”
 
เสียงมุเฮียวทำให้เขาได้สติ... ถึงแม้จะจุกอยู่บ้างจนแทบหายใจไม่ออก
ความรู้สึกเมื่อครู่หายไปแล้ว...
แต่ดูเหมือนมุเฮียวที่ถูกเขาพลักให้หลบออกไป ท่าทางหงุดหงิดมากกว่าเมื่อครู่เป็นเท่าตัว
 
ร่มที่กลิ้งหลุนๆอยู่เมื่อครู่ลอยคว้างล้อแสงจันทร์ราวกลับหยุดเวลาไปชั่วเสี้ยววินาที
แล้วถลันกลับไปอยู่ในมือสีขาวซีดยามต้องแสงนวลนั้น
 
 
รอเดี๋ยวค่ะ เป็นคุณใช่ไหมคะ คุณตัวตลกเงา !”
 
หญิงสาวพยายามตะโกนเรียกหาปีศาจร้าย
แววตาสั่นระริกด้วยความปิติยินดี มิใช่ด้วยความหวาดหวั่นแบบเมื่อครู่แต่อย่างใด
เสียงนั้นก้องดังเข้าโสตดั่งเสียงกระดิ่งแก้วดังท่ามกลางสีขาวโพลนในจิตใจ
 
ฉันอยากจะ...ขอบคุณค่ะ...
วันนั้น กลางดึกแบบนี้ ฉันเองกำลังหากระเป๋าที่ทำตกไว้ ตอนนั้นทั้งมืดทั้งน่ากลัว แถมมีเรื่องเล่าเรื่องคุณอีกพาลทำให้ฉันแทบอยากจะร้องไห้ แล้ว...คืนนั้นคุณก็มาจริงๆ...
หญิงสาวกลืนน้ำลายที่หนืดคอแล้วเล่าต่อ
โดยที่มีสายตาว่างเปล่าของปีศาจหนุ่มจับจ้องอยู่นิ่งงัน
 
ฉันแทบไม่กล้าหายใจ เอาแต่หลับตาปี๋ แต่สักพัก เสียงเพลงของคุณก็หยุดลง... แล้วพอลืมตาขึ้น กระเป๋าก็อยู่ตรงหน้าแล้ว... ถึงจะไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน แต่ฉันก็อยากจะขอบคุณ...
 
ปีศาจหนุ่มเอียงคอมองน้อยๆ ด้วยความสนเท่ห์  ราวกับไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดแม้แต่น้อย
แต่กระนั้นก็ยังหยุดยืนฟังอย่างสงบ
ไม่ใช่เพราะเรื่องราว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงที่คล้ายกับใครบางคน
 
เพราะอย่างนั้น เสียงของคุณถึงเป็นแสงสว่างให้ฉันในเวลาที่ฉันมองไม่เห็น ฉัน.....ฉันเองก็..........

นัยน์ตาเบื้องหลังหน้ากากนิ่งไป
ราวกับเสียงที่คล้ายกับใครบางคนนั้นทำให้มันกำลังหวนรำลึกถึงสิ่งที่แสนห่างไกล 
 
พอแค่นั้นล่ะ... ฉันขอชมนะที่แกยังรักษาสภาพไว้ได้ขนาดนี้
มุเฮียว....
ฝนโลหิตของจอมมาร โทษของการอยู่บนโลกนี้นานเกินไปรวมถึงขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไปสำนึกผิดซะให้พอในนรกเถอะ

ผู้บังคับใช้ถือโอกาสที่ปีศาจร้ายหยุดนิ่ง
ดั่งกำลังทักทอเส้นด้ายแห่งความทรงจำ ให้แจ่มชัดในจิตใจอย่างแช่มช้า
 
เขาเพิ่งเข้าใจ ว่าความรู้สึก ความทรงจำที่ไหลผ่านเข้ามานั่นมิใช่ของผู้ใด
หากแต่เป็นเจ้าของร่มผู้ที่ยืนอยู่เดียวดายท่ามกลางแสงจันทร์
เฝ้ารอคอยคอยอยู่ ณ ที่แห่งนี้มานานนับหลายร้อยปี
 
 
หยาดพิรุณสีชาดค่อยๆโปรยปราย พร่างพรม รดร่างสูงโปร่งซึ่งบัดนี้แน่นิ่งไม่ไหวติง
โลหิตกัดกินทุกอณูวิญญาณในร่าง
หน้ากากปิดบังใบหน้าถูกฤทธิ์โลหิตกรดกัดเซาะจนละลาย
ดวงตาลึกโหลมีเลือดสดๆหลั่งรินส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียน
 
อนิจจาตัวตลกผู้โง่เขลาพูดได้เพียงสิ่งอันเป็นเท็จ
เลือดที่ไหลอาบใบหน้าตัวตลกเงามิได้หลั่งรินเพียงเพราะ ปิติยินดี และสร้างความน่าหวาดหวั่นให้ผู้ที่ได้พบมัน
หากแต่เป็นน้ำตาของความโศกเศร้าจากการพลัดพรากและการสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองทำ
การวนเวียนไร้หนทางอยู่ท่ามกลางโลกมนุษย์ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
 
ฝนของจอมมารหลั่งรินไม่ขาดสาย กะเทาะเอาสติและความทรงจำที่ลึกที่สุด
 

คานาเอะ....




TBC...

-------------------------------------------------------------------------



ปล. วันนี้พระจันทร์เต็มดวง เลยแอบมาอัพค่ะ
คราวนี้เพิ่งปั่นเสร็จสดๆ ยังไม่มีตรวจอะไรอีกซักรอบ รออาซานะจัง กับพี่ยูระมาตรวจอยู่ (ฮา)
ปล. 2 โรซี่ซวยอีกแล้ว 5555

ปล.3 เวอร์ชั่น edit แล้ว ขอบคุณที่ช่วยทานงานแล้วก็ช่วยตามอ่าน แนะนำต่างๆนานานะคะ =3=

edit @ 15 Oct 2008 19:36:33 by =NaMi=

Comment

Comment:

Tweet

เอ๋?? อันนี้ใช่อันเดียวกับที่ให้เราดูไปเมื่อวานหรือเปล่าจ๊ะ เหมือนจะยังไม่ได้แก้เลย

เห็นด้วยกับท่านยูระ ภาษาสวยมากเลย
เมื่อวานทำเอาน้ำตาร่วง (; ^ ;)

#2 By Asana Fay on 2008-10-15 13:35

ภาษาสวยมากเลย นามิน~

อ่านแล้วรู้เลยว่านามินตั้งใจเขียนมาก

อ่านแล้วขนลุกค่ะ หลอน...เอิกส์

แต่ M&H มันก็เป็นเรื่องหลอนๆอยู่แล้วนี่เนอะ (ฮา)

รออ่านตอนต่อไปเช่นเคยจ้า~ <3

ปล. พระจันทร์สวยจริงๆนะ เมื่อคืนน่ะ ^^

#1 By +hiyuura+ on 2008-10-15 13:29