[M&R Fic] Dark Joker, Wandering beneath the moonlight III.

posted on 31 Oct 2008 11:07 by hatagenami in Fiction
[M&R Fic]
Dark Joker, Wandering beneath the moonlight.
By Namin
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------



หยาดฝนสีโลหิตข้นหนืดตกลงสัมผัสกายเพื่อลงทัณฑ์ปีศาจร้ายจอมลวงหลอก
แต่หยดค่อยๆกัดกร่อน เรียกเสียงกรีดร้องทุกครั้งที่ถูกผิวกายสีซีดใต้แสงจันทร์ดั่งต้องของร้อน
หากแต่กายนั้นคงไม่เรียกความเจ็บปวดมากเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับ
น้ำตาสีเลือดที่หลั่งรินไม่ขาดสายหลังจากที่ หยาดฝนโลหิตนั้นค่อยๆกัดกร่อน
ลอกเอาความทรงจำแสนสำคัญอันยาวนานออกมา
 

หยาดฝนจากนภาโปรยปรายส่งเสียงราวกับเครื่องดนตรีแก้ว
 
นายน้อยบรรเลงเก่งที่สุดในโลกเลยขอรับ !!”
ข้ายังไม่เคยได้ยินผู้ใดบรรเลงโกโตะได้เก่งเท่าท่านเลย

คานาเอะบรรเลงเก่งกว่าเจ้าหรอกนะ คืนโกโตะมาให้นางเสียดีๆ
 
ข้าได้ยินผ่านความมืดมิดนี้...
เสียงทะเลาะกันระหว่างซึซึกับกลุ่มเด็กหนุ่มท่ามกลางสายฝน
ดั่งเสียงเส้นโกโตะที่ขึงจนตึงค่อยๆถูกบรรจงดีดไล่ลองเสียงไล่ลองความอดทนของอีกฝ่าย...
รอคอยเวลาที่เส้นโกโตะจะขาดผึงออกจากกัน
 
ทำไมข้าต้องฟังเจ้าด้วย
ก็เพราะถ้าเจ้าทำเช่นนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับขโมยไม่ใช่หรือไง ท่านลูกชายเจ้าเมือง
 
น้ำเสียงเย้ยหยันต่อล้อต่อเถียง ราวกับเส้นโกโตะที่ถูกกรีดส่งเสียงแสบแก้วหู
 
พ่อข้าน่ะเป็นท่านเจ้าเมือง กับอีแค่โกโตะตัวเดียวแค่นี้อย่างกับข้าอยากจะได้นักนี่
ถ้าอย่างนั้น.............
 
ถ้าไม่อยากได้ก็เอาคืนเขาไปสิ... ถ้าไม่มีอะไรพวกเจ้าก็กลับบ้านกันได้แล้ว ฝนตกหนักขนาดนี้ถ้าพายุเข้ามาเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะกลับบ้านไม่ได้เอา
 
เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ยืนถือร่มสีแดงอยู่นอกศาลาเพียงคนเดียว
เสียงนุ่มทุ้มกลบเสียงโกโตะเสียสิ้น
เสียงดีดโกโตะสายขึงแน่นอย่างบ้าคลั่ง ค่อยๆดีดอย่างแผ่วเบาลง

หนอย ไอ้คนอวดดี เจ้าเป็นบุตรชายท่านผู้ตรวจการณ์นึกว่าข้าจะไม่เอาเรื่องที่กล้ามาสั่งสอนข้าหรือไงข้าไม่ได้สั่งสอนเจ้าเสียหน่อย ข้าแค่เตือนเพราะหากพายุเข้าเมื่อใด ข้าก็จะกลับไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มายืนเตือนพวกเจ้าอยู่ตรงนี้หรอกนะ
 
เฮอะ ทำอย่างกับเจ้าอยู่ตรงนี้มาตลอดอย่างนั้นแหละ
ข้าก็จะบอกว่าทำนองนั้น
 
ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้เจ้าก็ต้องได้ฟังการบรรเลงโกโตะของข้าน่ะสิ เอ้าตอบมาสิว่าระหว่างเสียงโกโตะของข้าที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองที่เป็นนายของบิดาเจ้า กับเสียงโกโตะของเด็กสาวตาบอดคนนึงน่ะ เพลงของใครมันจะเพราะกว่ากัน
...อะ...ไอ้เจ้าบ้า แกนะแก 
 
สองแขนข้าเกาะเกี่ยวแขนซึซึไว้ ไม่ให้นางไปทำร้ายพวกเขา...
คนตัวเล็กๆอย่างข้าเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับใคร จึงต้องปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของข้าไว้
 
ถ้าเจ้าอยากรู้นัก... ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเสียงบรรเลงใครเป็นคนเล่น แต่ไอ้คนเล่นครั้งหลังสุด ฝีมือห่วยบรรลัยเลยเชียวล่ะ
 
เสียงทุ้มนุ่มทำเอาหน้าของผู้บรรเลงโกโตะทั้งสองขึ้นสี
หากแต่เด็กสาวหน้าแดงระเรื่อ มือน้อยละจากแขนเพื่อนกุมแก้มอย่างเขินอาย
แต่เด็กชายจอมอวดเบ่งบัดนี้หน้าแดงเป็นปื้นด้วยความโกรธา
 
หนอย จะเอาหรือไง
ยังไงก็ได้
 
เสียงฝนตกพรำๆ กระทบลงพื้นแอ่งน้ำเบื้องล่างดังเสียงน้ำตกสาดกระเซ็น
เสียงฟ้าร้องฮึมฮัมราวให้จังหวะกำปั้นที่ทั้งสองฝ่ายเข้าแลกกันลุ่นๆ
ห่าพิรุณสาดสัดถาโถมอย่างบ้าคลั่ง ชะล้างรอยเลือดที่เกิดขึ้นให้มลายหายไป
 
.....................................

 
โถ่เอ๊ย เจ้านี่แส่หาเรื่องจริง
เหอะ ข้าผิดเองที่มันแส่หาเรื่อง เจ้าเองก็เถอะ เปียกปอนหมดแล้ว นางอีกคน ระวัง !!”
คานาเอะ!”
 
ข้าไม่ได้เป็นอะไร ข้าเดินเองได้หรอก พี่ซึซึ 
 
เสียงเล็กใสดุจกระดิ่งแก้วร้องบอกพร้อมรอยยิ้ม
ร่มไม้สีแดงที่ถูกทิ้งไว้กั้นทางเดินของร่างสูงโปร่ง ถูกนิ้วเล็กเรียวกำแน่น
ยื่นมากางกั้นตัวเขาจากหยาดพิรุณบนฟากฟ้า
 
ความจริง ท่านไม่น่าจะตอบแบบนั้นไปเลย
 
ข้าก็แค่ พูดความจริงเท่านั้นแหละ
 
ใบหน้าสีซีดซับสีเลือดระเรื่อ
เจ้าของชุดฮากามะที่เปรอะเปื้อนโคลนนั้นก็รู้สึกขันในใจ
เสียงโกโตะนุ่มนวลบรรเลงแผ่วเบาในใจเขา ตั้งแต่วันแรกที่พบนาง
 
.
.
.
 
พบท่านอีกแล้วนะคะ
ทำไมถึงได้รู้ได้ล่ะ
เพราะข้าได้ยินเสียงท่านคุยกับผู้ชายอีกคนทางโน้นไงล่ะ
งั้นหรอกรึ
เจ้าเองก็ต้องไปเล่นโกโตะอีกแล้วหรือ คานาเอะ
 
หญิงสาวผู้มองไม่เห็นสิ่งใด ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้
เขาเองรู้อยู่แก่ใจว่านางเดินทางมาด้วยเหตุอันใด และกำลังจะไปที่แบบไหน
 
ค่ะ พวกพี่สาวไหว้วานมา มีสิ่งอันใดที่ข้าช่วยได้ข้าเองก็อยากจะช่วย
แต่นี่เพิ่งจะบ่ายคล้อย อีกนานนักกว่าจะถึงค่ำนี้ มาเถอะ ข้ามีที่ๆนึงที่อยากพาเจ้าไป
 
เครื่องสายตกอยู่ในความดูแลของร่างสูงโปร่งแทน
มือใหญ่ถือวิสาสะกอบกุมมือน้อยไว้ประคองคอยไม่ให้ล้มโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงพยุงนางให้เดินไปตามทางอย่างระมัดระวังราวกับประคองเครื่องแก้วงดงามและบอบบางไว้ในมือ
ท้ายที่สุด ร่างทั้งสองค่อยๆเดินหายลับเข้าไปในป่าโปร่ง
 
เสียงแมลงจิ้งหรีด เรไรที่ซ่อนตัวในเงามืดส่งเสียงระงมไปทั่ว
ใบไม้สีชอุ่มของฤดูร้อนเสียดสีกันดัง แซ่ก แซ่ก ยามเมื่อลมพัดผ่าน
นกนานาพันธุ์ส่งเสียงราวกับเครื่องดนตรี ท่ามกลางธรรมชาติ
กลิ่นไอแดดต้องจมูกให้ความรู้สึกสดชื่น
 
ชอบรึเปล่า
 
หญิงสาวไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มละไม
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายนางกว่าจะหาสถานที่เช่นนี้ได้จะนานสักเพียงใดนะ
สถานที่ที่แม้ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยตาก็ชื่นชมความงามได้
 
ข้าชอบที่นี่
เสียงลมพัดอู้ลอดผ่านแมกไม้ หอบเอาความสบายใจมาให้
 
...ร้องเพลงให้ข้าฟังสักเพลงได้รึเปล่า...
ไม่เอาหรอก ข้าร้องเพลงไม่เก่ง
แต่ข้าก็อยากจะฟัง
 
นัยน์ตาของเขาจ้องมองร่างบางที่ก้มหน้างุดๆ
หญิงสาวกุมแก้มสีลูกตำลึงสุก
 
ท่านก็ห้ามหัวเราะเยาะข้าเชียวนะ
 
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ใบหน้านิ่งหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน สายตาจับจ้องรอฟังเสียงเล็กๆของนาง
 
........... เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอย ข้าจะนำไปทิ้งไว้บนหลังภูเขาดีหรือไม่… 
ไม่ดี ไม่ดี  ทำแบบนั้นไม่ได้…”
 
ร้องเพลงไม่ได้เรื่องจริงๆเสียด้วย
ทั้งๆที่เสียงดีดโกโตะออกจะไม่มีใครเทียบปานนั้น
 
เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอย ข้าจะนำไปฝังไว้ในพุ่มไม้สวนหลังบ้านดีหรือไม่… 
ไม่ดี ไม่ดี  ทำแบบนั้นไม่ได้…
เจ้านกคานาเรียลืมเพลงเอย ข้าจะนำกิ่งหลิวมาดีดีหรือไม่… 
ไม่ดี ไม่ดี  ทำแบบนั้นสงสารมัน
…เจ้านกคานาเรียลืมเพลงแล้ว…