[Natsume Yuujinchou] Blue Sky.

posted on 11 Jan 2009 23:18 by hatagenami in Fiction
ถนนที่คดโค้งทอดยาว สองข้างทางครึ้มไปด้วยต้นไม้สูง
ใบเขียวชอุ่ม
เสียงเครื่องยนต์ดังอย่างสม่ำเสมอไปตลอดทาง
ผมจ้องมองท้องฟ้าสีครามผ่านกระจกรถสีชาหม่น

ท้องฟ้าใสที่สะท้อนบนกระจกรถราวกับคำอวยพรให้เดินทางไปโดยสวัสดิภาพ
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าปลายทางจะยังคงเป็นเหมือน อดีต... หรือไม่
แต่ที่แน่ใจได้อย่างหนึ่งก็คือ... จะมีคน....ไม่สิ... เพื่อนที่คอยร่วมทางไปกับผมอย่างน้อยก็หนึ่งตน

นั่นเป็นครั้งแรกของวันที่ผมยิ้มเมื่อเห็นอาจารย์ทำท่าสบายอารมณ์ นอนขดตัวกลมอยู่บนตักของผม...
 

------------------------------------------------------------------
 
[Natsume Yuujinchou Fic] Blue Sky
By Namin

------------------------------------------------------------------
 
 

รถที่มาส่งขับจากไปตามทางที่ทอดยาวไปไกล
ผมหยุดมองนิ่งราวกลับกลัวว่ามันจะลับสายตาไปเสีย
 
ฤดูร้อนแสนยาวนานกำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยการกลับมายืนที่เดิม
สถานที่ที่เคยหยุดลังเลบนทางกลับบ้าน
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน...

เข้าไปซะทีสิ นัตซึเมะ... อากาศร้อนขนาดนี้ อยากหาอะไรเย็นๆกินจังน้า
ช่วยทำตัวให้มันเหมือนกับแมวปกติได้ไหมล่ะครับ อาจารย์
 
ผมดุอาจารย์เล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลนัก เพราะแมวตัวอ้วนกลมยังคงเดินนวยนาด ลงไปกองขดอยู่หน้าบ้าน พร้อมที่จะงีบอีกครั้ง
หลังจากที่กดกริ่งไปไม่นาน คุณน้าก็ออกมาหา
 
ขอโทษนะจ๊ะ ทาคาชิคุง ที่ทำให้ลำบากเอาของมาส่งตั้งไกลแบบนี้
 
รอยยิ้มจางๆบนใบหน้าเป็นหลักฐานว่า ความทรงจำยังมีเรื่องราว วันเก่าๆ อยู่
 
ครับ...
 
ผมยิ้มนิดๆ 

ดีแล้วหรือที่ผมกลับมาที่นี่...

อาจารย์ที่นอนขดทำสีหน้าประหลาด ในขณะที่แหงนจ้องเราทั้งสองคนตลอดเวลา...



//............นับเป็นเรื่องน่าสลดใจสำหรับญาติของ //

คุณน้ากดปิดทีวีอย่างเบามือ

ทาคาชิคุง เอาของขึ้นไปเก็บก่อนเถอะจ๊ะ เดี๋ยวน้าจะออกไปข้างนอกจ่ายตลาดหน่อย ช่วยอยู่เฝ้าบ้านให้ด้วยนะจ๊ะ

คุณน้ายิ้มกว้าง และเดินไปหยิบตะกร้าขนาดเหมาะมือมาเพื่อเตรียมตัวออกไปจ่ายตลาด แตงโมแช่เย็นอยู่ในตู้เย็น ถ้าหิว ก็หยิบมาทานได้เลยนะ

ผมพยักหน้าเบาๆรับรู้ และร่างของน้าสาวก็หายลับไปเบื้องหลังประตู



มนุษย์คนนั้นมีเชื้อสายของเรโกะจริงๆน่ะหรอ... ไม่เห็นจะได้กลิ่นเลยสักนิด
อาจารย์ทำจมูกฟุดฟิด หลังจากที่จัดการแตงโมกว่าห้าชิ้นในจานจนเรียบ

ริมระเบียงอากาศยังคงร้อนอบอ้าว
สายลมที่พัดพาเอาความทรงจำเก่าๆมาให้ก็ร้อนเช่นกัน

ผมเริ่มเอามือเกาคางอาจารย์...

เฮ้ เฮ้ ข้าไม่ใช่แมวนะ...

ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ คางกลมๆของอาจารย์ก็แหงนสบายอารมณ์ราวกับติดนิสัยแมวกวักมาจริงๆ
จะบอกว่าหลอกง่ายหรือว่าสัญชาติญาณแมวทำพิษดีล่ะ...

ที่นี่ก็ไม่เลวหรอกนะ อะไรๆ ก็น่าอยู่ดี อยู่สักหลายๆเดือนเป็นยังไงล่ะ

อาจารย์หัวเราะหึหึ อย่างรู้ทัน ทั้งๆที่ยังแหงนคอหลับตาพริ้ม
หรือไม่ก็อาจจะไม่รู้อะไรเลย...
แต่ยิ่งผมถอนหายใจ รอยยิ้มก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
 
เงียบเถอะน่า
หึหึ อยู่ที่นี่ออกจะสบาย

อาจารย์ที่นอนขดสบายอารมณ์ ยังคงหัวเราะในลำคออย่างน่าจับมาโกนขนเสียให้หมด

เพราะอาจารย์ขี้เกียจเองต่างหากล่ะ
 
ผมเอนหลังลงนอนบ้าง
ท้องฟ้าของฤดูร้อนสดใส ก้อนเมฆสีเหมือนนุ่นลอยอ้อยอิ่ง
เพียงแค่โดนลมพัด เมฆสีขาวสะอาดก็เปลี่ยนรูปร่างไปตามสายลม
 
ผมชูมือขึ้นบังแผ่นฟ้าสีครามที่ดูสดใสเกินไปนั้น
แสงแดดลอดตามนิ้วมือส่งประกายระยิบระยับแสบตา
เหมือนกับในวันนั้น
 
.
.
.
 
ทาคาชิคุง เดี๋ยวกลับบ้านแล้วเราทำอะไรทานกันดีกว่านะจ๊ะ
ฮะ
 
ผมจับมืออบอุ่นของคุณน้า เดินไปตามทางกลับบ้าน สักพักคุณน้าหยุดยืนทบทวนรายชื่อของที่เพิ่งซื้อมา
ผมเห็นหญิงชราท่าทางใจดีหลังงองุ้มเดินผ่านไปข้างๆ
รอยยิ้มใจดีปรากฏบนใบหน้า ทำให้ผมยิ้มตอบคุณยาย
มือเหี่ยวย่นอันมาจากริ้วรอยของประสบการณ์ยื่นมาเล่นกับผม
จนในที่สุดตอนที่ผมจับมือของคุณยายที่กำลังหัวเราะใจดีได้
 
ทาคาชิคุง ทำอะไรจ๊ะ
เล่นกับคุณยายไงฮะ
 
ในตอนนั้นผมไม่เข้าใจสีหน้าของคุณน้าว่าเขารู้สึกอย่างไร
แต่ใบหน้าคุณน้าขาวซีด ริมฝีปากเม้มสนิท
ผมเข้าใจไปว่าคุณน้าโกรธผม แต่ผมผิดอะไรล่ะ ผมแค่คุยกับคุณยาย
หรือคุณน้าจะไม่ชอบให้ผมคุยกับคนแปลกหน้า...
 
ไม่เป็นไรหรอกทาคาชิคุง คุณน้าร้องไห้กอดผมไว้ เหมือนกับแม่ที่ให้อภัยลูกน้อย ตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลยนะ

ผมหันกลับไปมองคุณยายนิ่ง
ร่างของคุณยายลดมือลงจากผม แล้วยิ้มให้
เป็นรอยยิ้มที่ติดตา
 
ผมเพิ่งมาเข้าใจว่ารอยยิ้มนั้นเศร้าเพียงใด...
เสียใจกว่าคุณน้าที่ร้องไห้ตรงหน้าผมแค่ไหน...
 
และแล้ว ตั้งแต่วันนั้น เวลาที่คุณน้าออกไปซื้อของ จะให้ผมอยู่ที่บ้าน
คุณน้าพยายามที่จะปกป้องผม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ผมไม่ต้องเผชิญหน้า...
กับอะไรก็ตามที่คุณน้าไม่รู้จัก...
 
.
.
.
 
สายลมเย็นพัดผ่านผิว ใกล้ค่ำแล้วอากาศก็เย็นลง
ผมตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงทำกับข้าวของคุณน้าอยู่ในครัว
ที่ๆเคยมีก้อนขนสีส้มขาวกองอยู่เหลือเพียงพื้นไม้เปล่าๆ
 
อาจารย์... 
 
ผมเริ่มมองหาขนปุยๆ เผื่อบางทีอาจารย์อาจจะซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ใดพุ่มไม้หนึ่งเพื่อพยายามจับนกมากิน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอ
หายไปไหนของเขานะ...
 
คุณน้าเห็นแมวสีส้มตัวอ้วนๆไหมครับ
เห็นมุดออกไปเล่นนอกบ้านน่ะ อ้าว จะไปไหนจ๊ะ ทาคาชิคุง
เดี๋ยวกลับมานะครับ!”
 
ผมรีบเดินออกมานอกบ้านไม่ทันได้ฟังคำเรียกของคุณน้า
ำไมผมเพิ่งนึกเอะใจ ตั้งแต่ออกจากเมืองอาจารย์ก็งีบหลับมากขึ้น
ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่คงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีนัก
 
ทางเดินย้อมไปด้วยสีส้มของอาทิตย์ยามโพล้เพล้
เด็กที่วิ่งกลับบ้านร้องหยอกล้อ พลางวิ่งแข่งกัน
แผ่นฟ้าสีแดงยิ่งทำให้ท้องไส้ดูปั่นป่วน ยามที่หาสิ่งที่ต้องการหาไม่เจอ
 
ทางเดินทอดยาวใกล้จะถึงแม่น้ำเต็มทน
ถ้าลงจากเนินถนนแล้วเดินอีกสักพักก็จะเห็นแสงแดดสะท้อนบนผิวน้ำยามเย็น
ทางลงเนินเป็นสามแยกเล็กๆ และสาบานได้ว่าผมเห็นก้อนสีส้มขาวนอนนิ่งอยู่แถวนั้น
 
“อาจารย์”
 
ผมลองตะโกนเรียกพร้อมจะวิ่งลงเนินเพื่อไปหาเสียงหัวเราะเด็กๆที่วิ่งเล่นกันดังขึ้น
พร้อมกับที่ผมรู้สึกว่ามีมือหรืออะไรก็แล้วแต่พยายามออกแรงผลักจากทางด้านหลัง
ราวกลับโลกแทบจะหยุดหมุน เนินทอดยาวเข้าใกล้ตัวเขาทุกวินาที…
วินาทีที่แสนยาวนาน…
.
.
นัตสึเมะคุง!!
 
มือของใครบางคนคว้าตัวของผมได้ทันเวลาพอดีก่อนที่ผมจะกลิ้งหลุนๆลงเนิน
หัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อคิดว่าถ้าหล่นลงไปบนเนินชันจะเป็นเช่นไร
ขณะที่ผมหันกลับมาเพื่อมองหาอะไรก็ตามที่จงใจ พลักผมลงไป
 
ผมเห็นคุณนะโทริทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะพยายามปัดอะไรบางอย่างออกจากหลังของผม
 
คุณนะโทริ ขอบคุณครับ... ทำไมคุณถึง...
ถ่ายทำรายการน่ะ... ดีใจที่ได้เจอเธออีกนะ นัตสึเมะคุง

 
เกือบไปแล้วไหมล่ะ
 
ร่างป้อมๆของอาจารย์ก้าวต้วมเตี้ยมขึ้นเนิน
ดวงตาหรี่ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์
เป็นผลให้คุณนะโทริมองหน้าอาจารย์ด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อย
 
“มาเดินคนเดียวใกล้ๆค่ำแบบนี้มันอันตรายนะ นัตสึเมะคุง โดยเฉพาะในเมืองแบบนี้ ?”
“ใครว่าเดินคนเดียวกัน ข้าก็อยู่ด้วยทั้งคน !!”
 
อาจารย์ทำท่าขู่ฟ่อๆ เถียงฉอดๆ ผิดจากคำพูดตะกี้ลิบลับ
อีกฝ่ายได้แต่ทำหน้าระอากึ่งๆอารมณ์เสีย ถอนหายใจหนัก
ไม่รู้ว่าระอาใครกันระหว่างเขาหรืออาจารย์ที่พยายามตะกายออกจากแขนเขาตอนนี้
 
ในเมืองมันอันตรายกว่าที่คิด....
ข้าไม่ได้อยากให้เด็กที่อยู่มาไม่กี่สิบปีต้องมาสอนหรอกนะ
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรพามาในที่ที่มันอันตรายขนาดนี้แต่แรกสิ
 
ถึงเขาจะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าถ้าไฟฟ้าออกมาจากตาได้ คงปะทะกันกลางอากาศดังเปรี๊ยะๆแล้ว
 
คุณนะโทริทำหน้าเหมือนกับจะบอกอีกฝ่ายว่า ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดเลยดีกว่า
ส่วนอาจารย์ก็ยิ่งทำสีหน้าประหลาดยังกับจะบอกว่า อย่างแกน่ะ ไม่รู้อะไรหรอก !!’
 
ผมก็ไม่รู้ อะไรที่ว่านั่น เหมือนกันแหละ
 
ก็เพราะว่ารู้อย่างนั้นถึงได้แอบหนีมาดูคนเดียวให้แน่ใจยังไงล่ะ
แล้ว.................
 
แอบมาดูอะไรกันล่ะครับ...

........................................
........................................
 
พร้อมใจกันเงียบทั้งคู่ 
 
อาจารย์มาสำรวจอะไรแถวนี้ครับ...
............. เหมียวว~~”
 
พอซักเข้าก็ทำท่าจะหนีความจริงเสียอย่างนั้น
แต่คนที่ตอบคำถามกลับเป็นคุณนะโทริที่นิ่งคิดอะไรบางอย่าง
 
คงเป็นสาเหตุที่แถวนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ
............จิตอาวรณ์น่ะสิ
จิตอาวรณ์... ของคนที่ประสบอุบัติเหตุ?”
ก็ไม่เชิง...

อาจารย์ตอบแบบไม่ใคร่ใส่ใจนัก แล้วแสยะยิ้มแบบที่เคยทำบ่อยๆ
 
มนุษย์ก็เป็นแบบนี้ล่ะนะ
 
คำตอบกระแหนะกระแหนที่คนโผล่งออกมาทำท่าสบายอกสบายใจหลับตาพริ้มแบบผู้ชนะ
ก่อนที่คิดว่าสงครามรอบสองจะระเบิด เสียงโทรศัพท์ของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นพอดี
คนที่มองหน้าจอเผลอทำสีหน้าหน่ายโลกขึ้นมาวูบหนึ่งเสียอย่างนั้น
 
กลับกันเถอะ นัตสึเมะ
งั้นเอาไว้เจอกันใหม่แล้วกันนะ นัตสึเมะคุง ฉันเองก็ต้องขอตัวก่อนเหมือนกัน
 
ต่างฝ่ายต่างจ้องกันไม่วางตา
ถึงจะแค่ครู่เดียว หรือไม่ก็ผมคงจะรู้สึกไปเอง...
ว่ารอยยิ้มของทั้งคู่น่าขนลุกพอๆกัน...
 
 
 
TBC...


 
*นิดๆหน่อยๆ*
นามิน - *หมุนปรับฟิลเตอร์สาววาย*

สายตาอาฆาตระหว่างคนที่อยู่บนเนินโอบเอว ของนัตสึเมะไว้

เนียงโกะเซนเซย์  -  *ปึ๊ด* //ปล่อยมือซะทีสิเว้ยยยยยย เจ้าแว่นหัวชาอู่หลง//
คุณนะโทริ - *ยิ้มสนุก* //เรื่องอะไรจะปล่อยล่ะ//
 

สรุปว่า
นัตสึเมะ - *ถอนหายใจ* //ดีจังเจอเนียงโกะเซนเซย์แล้ว แถมไม่ตกด้วย// <<< ยังคงไม่รู้อยู่ท่ามกลางอะไรก็ไม่รู้ 5555 

พอเห๊อะ~~!!

ตอนแรกกะจะเขียนคำว่าคว้าเอวไว้ แทนที่จะคว้าตัว... 
แต่แม่ยกก็เอาความลำเอียงออกได้ทัน
กร๊ากกกกกกก 

ประเดิมฟิคที่ไม่มีคนประเดิมอีกแล้ว
อารมณ์มันพาไป๊~~!!
แอบมีแรงแม่ยกโผล่มาบ้างประปราย
ยังไม่ได้พรูฟหรืออะไรทั้งนั้น << บอกแล้วอารมณ์มันพาไป
ถือว่าฉลองที่กลับมาฉายซีซั่น 2 แล้วกันนะค้า ^^

ปล. ทุกคน - ไอ้แท็กนั่นมันอะไรก๊านนนนน~~~~!!

Comment

Comment:

Tweet

อุเคะในตำนาน ^^

#8 By UNight (103.7.57.18|125.25.227.63) on 2013-03-03 15:31

ฟิคนัตสึเมะ!!!!!!!!!!
หามานานแล้วเจ้าค่ะ
สนุกมาเจ้าค่ะ มาต่อเร็วๆนะเจ้าคะbig smile

#7 By morgana on 2011-09-25 20:58

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
สองคนนั้นนั้นมันอาร๊ายยย นี่มันศึกชิงตัวนัทซึเมะชัดๆๆๆ
/บ้า
โอ๊ย สนุกมากๆเลยค่ะ

#6 By นู๋น้อยJR on 2011-07-23 20:15


อ้าาาาาาาาาาาาา

จะรอคอยตอนต่อนะค้า~~~~~ //เรด้าสาววายกระดิก!!!
ไม่แต่งต่อแล้วเหรอครับ sad smile

#4 By TRipLE on 2010-04-20 20:09

อ่า ฟิคนัตสึเมะะะะ
(ไม่ได้กะเลียนแบบเรปบนนะคะ แต่นี่เป็นประโยคแรกที่นึกถึงเมื่อกดเข้ามาเจอฟิคนี้ )cry cry

จะรอตามตอนต่อนะคะ surprised smile

#3 By *zequs on 2009-02-16 23:17

ฟิคนัตสึเมะะะะ

กำลังโหลดมาดูอยู่เลยค่ะ บางตอนอินจัดดูไปน้ำตาซึม แต่สนุกจริงๆแหละเนอะคะ ^^

ฟิค...น่าสนใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเห็นคนแต่งฟิคเรื่องนี้ จะติดตามต่อแน่ค่ะ

ปล. ขอแอดบล็อกด้วยนะคะ

#2 By Sarren on 2009-02-15 03:50

เอ๊ว อยากโหลดเวอร์เต็มมาดูจัง โหลดดูแก้ขัดในยูทูปแล้ว...

หลงรักนัตสึเมะคุง

แต่งลื่นมากเลยค่าพี่นามิน เอ้า ปูเสื่อรอต่อนต่อไป ^^

#1 By ★ Lucent on 2009-01-12 19:55